(ไม่เกี่ยวอะไรกับหนังสือของเทพ Joe Mcnelly นะจ้ะ)

เรื่องมันมีอยู่ว่า

คือเราลืมไปแล้วว่าทำไมถึงตัดสินใจซื้อ Canon 450D ทั้งที่ตอนนั้นฝีมือการถ่ายภาพติดลบ เริ่มถ่ายภาพจริงๆตอนเห็นเจ๊พิมพ์ถ่ายหรอก เห็นแล้วมันคันไม้คันมือ แล้วก็น่าสนุกดี ปรากฏว่าติดใจหนัก

ทั้งที่อยู่แค่ม.3 แต่สะเออะจะซื้อกล้องสองหมื่นกว่า เหมือนเป็นบ้าเพราะยอมถอนเงินเก็บทั้งธนาคารเพื่อซื้อเจ้าก้อนดำๆนี่   ในสายตาคนอื่นก็คงจะมองว่าเราเป็นเด็กบ้านรวยรึไงวะ ซื้อกล้องแพงๆแต่ใช้เป็นรึเปล่าไม่รู้ (เจ็บใจตอนไปซื้อฮูดครั้งนึง โดนพี่คนขายถามว่าที่ซื้อน่ะรู้รึเปล่าว่าฮูดมีไว้ทำไร ไอ้เราก็อึ้ง ตอบไม่ถูกเลย อารมณ์ตอนนั้นเหมือนกับโดนดูถูก เหอะๆ)

หลังจากนั้นก็เรียกตัวเองว่าคนชอบถ่ายรูป

ทว่า

ตั้งแต่ขึ้นม.ปลาย โดยเฉพาะม.5 อารมณ์บ้าถ่ายรูปดรอปจนตัวเองชักจะกลัว เพราะงานเยอะมากกกกกเลยทำให้แตะกล้องน้อยลง ไม่เห่อเหมือนเดิม รู้สึกเฉยๆจนเคยคิดว่าไอตอนที่เราบอกบ้ากล้องนี่คงจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบรึเปล่า นึกเสียใจขึ้นมาว่าหรือเราจะเป็นแค่เด็กที่สะเออะใช้ของแพง

ที่สำคัญ…ฝีมือโคดย่ำอยู่กับที่ คนอื่นที่เริ่มต้นพร้อมเราเค้ากลายเป็นโปรไปแล้ว เราเลยยิ่งหมดอารมณ์ถ่ายรูป

แต่

เมื่อไม่นานมานี้…พึ่งได้ถ่ายรูปแบบเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรกหลังจากถ่ายแบบกระปริดประปรอยมานาน ถ่ายพอร์ตเทรตเพื่อนที่รร.เพราะจะลองเลนส์ใหม่ที่พึ่งไปสอยมา (น้ำตาร่วง T T)

ตอนแรกกะถ่ายเล่นๆ ทำไปทำมากินเวลาไปหลายชั่วโมงซะงั้น ถ่ายจนลืมเวลากลับบ้าน

ทันใดนั้นมันเหมือนกับว่าอารมณ์เก่าๆทะลักกลับเข้ามา   อาจจะฟังดูเว่อร์ แต่เรารู้สึกมีความสุขมาก รู้สึกเลยว่ากูคิดถึงมึงนะอีหนอน อีเสียงชัตเตอร์แรดๆแปร๊ดๆ คิดถึงช่วงเวลาที่ใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหามุมเก๋ๆ คิดถึงอารมณ์กริ๊ดกร๊าดเวลารูปมันบังเอิญออกมาสวย นั่งดูรูปแล้วยิ้มเล็กยิ้มน้อย สรรเสริญตัวเองว่าเจ๋งว่ะ ทั้งที่คนอื่นมองก็เฉยๆ (มรึงบร้ามากฮะ)

เวลานั่งดูรูปสวยๆของคนอื่นก็เคยนึกอิจฉานะ ทำไมเก่งจังวะ มุมนี้คิดได้ไง ทำไมตรูกาก …แต่ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าถ้าสมมติวันนึงเราเทพขึ้นมา ไออารมณ์กริ๊ดกร๊าดตอนรูปออกมาสวย(ซึ่งมีนานๆที)มันจะมากเหมือนเดิมมั้ย เพราะโดยส่วนตัวชอบอารมณ์ตอนนั้นมาก ภูมิใจในตัวเองมาก เห็นแล้วอยากโชว์ อยากประจานให้ทั้งโลกเห็น

สรุปก็ยังเรียกตัวเองว่าคนชอบถ่ายรูปเหมือนเดิม แต่อาจจะไม่ใช่ทุกเวลา เพราะบางช่วงเราก็ไม่อยากจะหยิบมันขึ้นมาถ้าไม่มีอารมณ์จริงๆ

สุดท้ายแล้วจริงๆ …ดีใจมากที่มีไอหนอนเป็นเพื่อน เรารู้สึกเหมือนมันเป็นเพื่อนจริงๆ เพราะเวลาที่ต้องไปงานไหนคนเดียว เวลาที่ต้องไปที่ที่มีแต่คนไม่รู้จัก แต่อย่างน้อยก็มีเพื่อนอันนึงที่อยู่ในมือเรา นังหนอนเนี่ยแหละ 555   ได้ซ่อนใบหน้าข้างหลังมัน มองโลกผ่านกระบอกเลนส์แสนแพง มีความสุขว่ะ

ป.ล. นี่กรุเพ้อรายเนี่ย – -;;

“Look, if you had one shot, or one opportunity
To seize everything you ever wanted in one moment
Would you capture it? Or just let it slip?

.

.

.

You better lose yourself in the music, the moment
You own it, you better never let it go go
You only get one shot, do not miss your chance to blow
This opportunity comes once in a lifetime yo

.

.

.

You can do anything you set your mind to, man”

Lose Yourself – Eminem

กำลังคลั่งเพลงของ Eminem มาก ทั้งที่ปกติไม่ได้เสพเพลงแร็พเท่าไหร่ ฟังเพื่อให้เลือดสูบฉีดเล่นเท่านั้น …แต่กับเพลงของ Eminem ทำให้เรารู้สึกว่าแร็พโคดมีคุณค่า ยิ่งอ่านเนื้อเพลงก็..เห้ย แม่งเจ๋งว่ะ แร็พมันละเมียดละไมแบบเถื่อนๆได้ขนาดนี้เลยหรอะ มันไม่ใช่แค่เพลงขยะนะ ไม่ได้พูดถึงแค่ความรัก ผู้หญิง ผู้ชาย มันคือชีวิตของคนๆนึง มันคือความจริง

กระแทกว่ะ

ป.ล. จริงๆแล้วตอนนี้เป็นอีกช่วงที่ยุ่งชิบหายวายวอด ขนาดคะแนนมิดเทอมยังไม่ได้ลงเลย – -;; เมื่อตอนกลางวันก็พึ่งสอบโครงร่างโครงงานแหละ มึนมาก 555