มันมาแล้ว…รถไฟฟ้าขบวนสุดท้าย

มันมาแล้ว…รถไฟฟ้าขบวนสุดท้าย

October 16, 2009 8:32 pm 3 comments

0909รถไฟฟ้า...มาหานะเธอ2

หนังล่าสุดที่ดูคือ “5 แพร่ง” เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง! ปกติไม่ดูหนังบ่อย เดือนละครั้งเนี่ยบ่อยนะ 555 (กดๆดูแต่ HBO,Star movie ที่บ้าน) แล้วก็ไม่ได้เป็นพวกตามกระแสนะ ตอนโปสเตอร์เรื่องนี้ออก เราเฉยมากถึงมากที่สุด นึกว่าคงเป็นแค่หนังรักงั้นๆทั่วไป แอบสะดุดตรงที่เคนเล่น ไม่ค่อยเห็นเคนเล่นหนังแฮะ แถมระดับเคนแล้วน่าสนใจอยู่มิใช่น้อย *O* …แต่ก็ยังไม่ได้จูงใจให้ไปดูอยู่ดี

จนกระทั่ง trailer ออกมาเนี่ยแหละ บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงสะกิดใจจนถึงกับออกปากบอกพี่ว่าจะไปดูให้ได้ ส่วนนึงคงเป็นเพราะว่า:
1. เราโสด และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของคนโสด เลยอาจจะมีความรู้สึกอย่างรู้อยากดูอยู่บ้าง
2. ดูแล้วให้อารมณ์ feel good อย่างบอกไม่ถูก (ขนาดเทรลเลอร์นะ ฮี่ๆ)
3. ชอบอาชีพพระเอก …จริงๆนะ วิศวะกร BTS แถมตอนกลางคืนซะด้วย ทำให้ยิ่งอยากรู้ …เอ๊ะ หรือเพราะติดพระเอกที่เป็นวิศวะกรมาจาก Prison Break กันแน่ 55+
4. พอเกิดอารมณ์อยากดู อ่านรีวิวในพันทิป เค้าก็เชียร์กันออกนอกหน้านอกตา โดนเสียงส่งมาซะอย่างนี้ ไม่ดูได้ไง

ว่าแต่…ดูแล้วเป็นไง?

บอกไม่ได้อย่างเต็มปากว่าเป็นหนังรักที่ดีขั้นเทพ ยอมรับว่าบางซีนมีเอื่อยๆ มุขตลกก็ไม่ฮาสุดๆ (บางมุขหัวเราะตามคนอื่นไป 55) บทเหมือนจะหลวมๆไปบางจุด …แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าพูดถึงความรู้สึกโดยรวม ขอบอกว่าเป็นหนึ่งในหนังไทยไม่กี่เรื่องที่ทำให้เรา “รู้สึกดีมาก” และ “อารมณ์ค้าง” แบบนี้ (แต่เราดูหนังไทยนิดเดียวเองนะ กร๊าก)   หนังบางเรื่องถึงไม่ได้เนี๊ยบ ไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็ใช่ว่าเป็นหนังไม่ดี สำหรับเรื่องนี้แลกกับอารมณ์ดีๆ ความรู้สึกดีๆแบบนี้ ก็ไม่คิดเสียดายเงินเลยซักนิด

บรรยากาศหนัง ได้ทั้งกลิ่นอายการ์ตูน (พระเอกเพอร์เฟ็ค+นางเอกโก๊ะๆ) ผสมกับเรื่องราวชีวิตจริงของคนกรุง เลยได้ไปอีกอารมณ์นึง และยังไม่ทิ้งเค้าหนังไทยด้วย ดีเทลของหนังเรื่องนี้เราว่าชัดเจนดี เพราะงั้นถ้าเข้ากับใคร คนนั้นก็จะชอบไปเลย หรือถ้าไม่ใช่แนวไม่โดนอาจจะมีเบื่อๆบ้าง …แต่นั่นมันเรื่องของคนอื่น สำหรับเรา ชอบแนวคิดที่ว่า “ขบวนสุดท้าย…จะขึ้นหรือไม่ขึ้น?” มันบอกเล่าอารมณ์เหงาๆของคนที่โสดมาสิบๆปีอย่างเหมยลี่ได้ จนวันนึงมีคนที่ใช่เข้ามา ถึงวันนั้นคงต้องทำอะไรซักอย่าง ใช่ป่ะ?

สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้ ได้แง่คิดธรรมดาๆที่หลายคนอาจจะลืมไป เรื่องนี้เราบอกไม่ถูกจริงว่าความรักของเหมยลี่เกิดจาก “พรหมลิขิต” หรือ “ความพยายาม” เวลารักใครซักคนแล้ว รอแค่พรหมลิขิตอย่างเดียวมันพอแน่แล้วหรอ? เราควรจะทำอะไรซักอย่างด้วยรึเปล่า? แล้วก็ได้ฉุกคิดจากคำถามที่เหมยลี่ถามเพื่อนว่า “ถ้าคนเป็นแฟนกันถ้าไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แล้วจะมีไปทำไม” ที่ได้กลับมาคือคำตอบซึ้งๆจากเพื่อน “โถ … แฟนเขาไม่ได้มีเพื่อไว้ไปไหนต่อไหนกันตลอดเวลา เขามีเพื่อให้รู้ว่ายังมีคนอีกคนหนึ่งบนโลกนี้ที่ยังรักเราต่างหาก” เราว่าประเด็นนี้น่าคิดๆ

สรุปล่ะ?

ชอบ: อารมณ์หนังที่ดูแล้วอารมณ์ดี สดใส+แง่คิดเกี่ยวกับความรัก
ไม่ชอบ: ไม่ขอพูด :P ยังยืนยันว่าเป็นพวกดูหนังเพื่ออรรถรส ลืมส่วนไม่ดีไปอย่างรวดเร็ว 555+

ถ้าให้คะแนน ขอให้ซัก 9/10 ให้เยอะเพราะอารมณ์หนังมีส่วนอย่างมากถึงมากที่สุด

แต่นั่นแหละ…สำหรับเราดูแล้วใช่ว่าจะอยากมีแฟน เอาไว้ 30 แบบเหมยลี่แล้วยังไม่มีนี่…น่าคิดหน่อย กร๊ากกก ช่วงนี้มีความสุขกับตัวเองก่อน แฮ่ๆ

ป.ล. ถึงจะเกริ่นว่าไม่ได้ดูเพราะพี่เคน แต่พอดูในหนังจริงๆแล้ว …ต้องยอมรับว่าโคดดดดดหล่อ เป็นผู้ชายที่ดูดีมาก

ป.ล. 2 ยังรีวิวหนังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม คงจะเรียกว่าเป็นการเขียนตามใจฉันซะมากกว่า – -”

  • มะอิ๊นท์ :)

    พูดถึงแล้ว ตะหงิดๆๆ
    อยากไปดูแล้ววววววว!!!!!!

    =DDD

  • http://stolenmysoul.net น้องจั๊บ

    ไปเลยหลาน!!!!
    ได้ทุกอารมณ์!

  • เจ๊

    รอฉาย UBC 555555
    เก็บตังใช้หนีค่าเลนส์ก่อน