เรามีหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านอยู่ 18 เล่ม …ยังไม่รวมนิตยสารอีก 7 เล่มที่ยังดองอยู่บนชั้น
แต่ละเล่ม เห็นแล้วอยากซื้อก็เลยซื้อตามประสาคนชอบอ่าน แต่พอซื้อก็ไม่รู้จะอ่านเมื่อไหร่ พอจะเอนหลังสบายๆ จิบชา อ่านหนังสือ ก็เป็นต้องพะวงถึงงานนู่นงานนี่ สุดท้ายก็ไม่กล้าอ่าน กลัวเถลไถลจนเสียเวลา
บล็อกท้งหลายก็เหมือนกัน มีอยู่ทั้งหมด 3 บล็อก คิดไว้ตั้งแต่ปีใหม่แล้วว่าจะอัพอะไรบ้าง แต่ไม่กล้านั่งลงเขียนจริงๆจังๆ อ้างว่ากลัวเสียเวลา …มาคิดดูอีกทีก็แปลก เวลาแค่ 5 นาทีกับการได้ระบายสิ่งที่อยู่ในหัว ก็ยังไม่กล้าเสียสละ ไปจบตรงที่เล่นบอร์ด เปิดดูโน่นนี่นั่นเป็นชั่วโมงๆ …เออนะ ทีอย่างนี้ไม่กลัวเสียเวลาเล้ยยย
…
เอนทรี่เปิดมาแบบงงๆบ่นๆ เหมือนจะเบื่อๆชีวิต เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วเป็นช่วงที่เราเครียดที่สุดของเทอมนี้เลย…ก็ว่าได้ หลายงาน หลายสิ่ง หลายอารมณ์ รู้สึกเหมือนมีไฟลนตูดกรูตลอดทุกทิศทาง เลยทำให้ต้องใช้สมองเยอะหน่อย ซึ่งคงจะแสดงออกมาทางหน้าตาอย่างชัดเจน – -;; คือเราจะนิ่ง…ไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ใครจะเห่าจะฮาก็นิ่งงงง เพื่อนสนิทคงจะกลัวเลยแอบส่งโน๊ตมาให้ระหว่างเรียน:
“ยิ้มหน่อยๆ อย่าเครียด เดี๋ยวมันก็ผ่านไป~
ป.ล. มีอะไรให้ช่วยก็บอก!”
อ่านแล้วก็ทำเก๊กนิ่งๆ… แต่แอบยิ้มในใจ
เรามีนิสัยแย่ๆอย่างนึงที่ว่าชอบคิดอะไรคนเดียว บางทีรำคาญ ขี้เกียจพูด พอถึงช่วงที่มีอะไรให้คิดเยอะเลยเหมือนหลุดเข้าสู่โลกตัวเองไปเลย อารมณ์แบบ Inception ฮ่าๆ เพียงแต่เราไม่ได้ฝัน เรายังอยู่บนโลกที่ยั้วเยี้ยด้วยคน
เราไม่ได้อยู่คนเดียว.
…
ตอนนี้สบายดีแล้ว ไม่ได้ทำหน้าปวดขี้ตลอดเวลาแล้ว ^^ อย่างน้อยเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น กำลังคิดว่าจะคิดมากหรือไม่สบายใจอย่างไรก็ช่าง แต่อย่าลามไปถึงคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย
ได้อะไรหลายอย่างจากการที่รถไฟหลายงานชนกัน อย่างน้อยก็รู้ว่าต้องอยู่แบบไหน ทำตัวยังไง และคิดว่าต่อไปเราคงจะเข้มแข็งขึ้น
…อุเหม่ อ่านที่ตัวเองพิมพ์แล้วเหมือนตัวเองจริงจังแบบแปลกๆ ฮ่าๆ พอดีว่ากำลังอยู่ในโหมด “พิจารณา” ซึ่งเวลาเราพูดอะไรประมาณนี้เพื่อนจะเข้าใจว่าเอ็งเครียด เอ็งจริงจังชีวิตไปป้ะ?
เปล๊าาาา ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไร ไม่ต้องมาบอกว่า “อย่าเครียด” ไม่ต้องทำเหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไร ขอบคุณในความหวังดี แต่ฉันไม่ใช่สวิตช์ไฟนะยะ ที่กดปุ๊บตัดปั๊บ บังคับอารมณ์กันได้ง่ายๆ แค่บางเวลาอยากจะมีอารมณ์ได้คิด ได้มองตัวเอง มองสิ่งที่เป็นอยู่บ้าง ไม่ได้แปลว่าเรากำลังเครียด ซีเรียส หรือคิดจะฆ่าตัวตาย – -
…
เราไม่ได้มองโลกในแง่ดี ไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย แต่มองโลกตามความเป็นจริง (ซึ่งอาจจะมีอคติปนอยู่บ้างตามประแสสัตว์โลกแบบมนุษย์ ฮิๆ)
…
วกกลับเข้าสู่เรื่องหนังๆสือๆบ้าง (โดนคั่นด้วยอะไรงงๆเล็กน้อย ก๊าก) จากที่เกริ่นไว้แล้วว่ามีหนังสือค้างอ่านเพียบ แต่วันนี้ก็ยังไม่วายวนไปร้านหนังสือเจ้าเดิม คราวนี้ไม่ซื้อ แต่ยืนอ่านแม่งเลย (เพราะรู้ว่าถ้าซื้อคงจะโดนดอง T T)
เหตุผลของการมีชีวิตอยู่ -วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

เห็นชื่อหนังสือก็นึกว่าเป็นนิยาย หรือเรื่องสั้นประมาณของนิ้วกลม แต่พอได้อ่าน ถึงแม้จะคร่าวๆ แต่ได้สิ่งที่หนังสือโปรยไว้ด้านหน้าเลย:
“เรื่องที่ควรรู้ ที่เราคิดว่ารู้ แต่เราไม่เคยรู้”
(อ่านรีวิวได้ในบล็อกนี้จ้ะ)
อ่านจบ…อึ้งไปพักใหญ่ๆ…ว่าเหตุใด…ประเทศไทยจึงเน่าได้ขนาดนี้
คนกลุ่มนึงที่เรียกตัวเองว่าคณะรัฐมนตรี หรือนายทุนทั้งหลาย พวกท่านสุดยอดมาก ที่สามารถทำประเทศที่เคยกำลังจะพัฒนาเมื่อหลายสิบๆปีก่อน จมดิ่งลงได้ขนาดนี้
แล้วเราจะพึ่งใครได้?
แล้วเราจะทำอะไรได้?
ไอ้ที่กระเสือกกระสน ทุรนทุรายอยู่ทุกวันนี้ …อ่านหนังสือกันเกือบตาย เตรียมตัวสุดริดเพื่อจะเข้ามหาลัย …แล้ว…ไง?
พยายามอย่างหนักไปเพื่ออะไร
หาคำตอบดูอีกที ก่อนจะถลำลึกไปมากกว่านี้