Post Tagged with: "classical"

ASTON

ASTON

ช่วงนี้มีเพลงมาอัพเดตเยอะมากๆๆๆ ส่วนใหญ่เป็นเพลงแนว New age ซึ่งพึ่งรู้จักชื่อแนวเพลงจริงๆเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่นั่งฟังอยู่เป็นชาติแล้ว – -;;

New age music ตามความเข้าใจของเราคือเพลงคลาสสิค เพลงบรรเลงฉบับ mix อย่างอื่นลงไปด้วย เช่น ดนตรีอิเล็กโทร เสียงธรรมชาติไรงี้ หรือทำให้กระชับไม่ยาวเป็นสิบกว่านาทีเหมือนคลาสสิคแท้ๆ   แบ่งออกเป็นหลายประเภทอีกวุ้ย (มีนิวเอจของศาสนาพุทธด้วยอ่ะ เก๋ๆ) แรกๆออกแนวล่องลอยยยยย (ถ้าจำไม่ผิดจากที่อ่านมา)

อันที่เพลงของ Acoustic cafe ที่เคยเอาลงบล็อกในเอนทรี่นี้ก็ถือว่าเป็น New age เหมือนกัน แต่เอามาลงแค่เพลงเดียวเอง เดี๋ยวจะเอาเพลงอื่นๆที่เพราะๆมาใส่บล็อกอีก เพราะมาก โหลดมาฟังแล้ว 2 อัลบั้ม แต่ละอัลบัมก็จะมีเอกลักษณ์ของมัน ช๊อบชอบบบ นี่ถ้าเห็นว่าขายที่ไหนจะฉกทันที แต่หาดใหญ่ไม่มีอ่ะ

เกริ่นมาซะยาว จริงๆวันนี้จะมาอัพเพลงของ ASTON เป็นการรวมกลุ่มกันของนักดนตรีจากประเทศออสเตรเลีย อายุระหว่าง 21-23 ปี (ไปอ่านประวัติกันเองที่ Astonmusic.com) พวกเขา cover เพลงดังๆอย่าง Telephone ของชีกาก้า แต่มิธรรมดาเจงๆ เพราะนำมาโคฟเวอร์เป็นเพลงคลาสสิค ฟังแล้วสกุลรุนชาติโคดพ่อโคดแม่

ฟังครั้งแรกขนลุกว่ะสาดดดดด แนะนำให้ดูคลิประหว่างฟังไปด้วย รู้สึกเลยว่ามีความสุขจริงๆ ได้อารมณ์เว่อร์ๆ เสียงตอบรับดีมากๆ จนที่เว็บไซต์ต้องมีเปิดโหวตเลยว่าเพลงต่อไปจะให้โคฟเวอร์ของใคร เก๋อ่ะ รอฟังอีก

นอกจากเพลง Telephone ก็มี Rude boy ของห่านคร่ะ เพราะโคดดดดด และเพลงอื่นๆอีก ไปเปิดฟังเอาเองที่ channel ของฮีๆชีๆ มีอัลบัมออกมาด้วยแหละ น่าซื้อเนอะ แต่ตรูคงไม่ลงทุนขนาดสั่งซื้อว่ะค่ะ (ตังค์จะกินข้าวยังหาไม่เลยแกเอ้ย)

มีเพลงน่าฟังอีกเยอะมาก…ในที่นี้คือเพลงแนวๆนี้แหละน้อ ใช้จินตนาการในการฟังหน่อย สนุกจะตาย หุหุ

September 5, 2010 3 comments Read More
Last Carnival – Acoustic Cafe

Last Carnival – Acoustic Cafe

นั่งท่องบล็อกคนอื่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปสะดุดกับเอนทรี่นึง (จำไม่ได้แล้วแฮะ – -”)
แปะเพลง Last Carnival ของ Norihiro Tsuru (Acoustic cafe คือรวมกลุ่มกันอีกที…มั้งนะ)
พอเปิดฟัง ได้ยินแค่โน๊ตสองสามตัวแรกนั่นแหละ …ขนลุกเลย
ไม่มีความรู้เรื่องดนตรี ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ฟังแล้วมัน “จับใจ”

บทเพลงที่แทนความสุขเคล้าน้ำตา เสียงเชลโล่ต่ำๆดึงอารมณ์วังเวง เศร้าสร้อย
แทรกด้วยเสียงแหลมสูงรื่นเริงของไวโอลินราวกับแสงไฟท่ามกลางความมืด
เสียงเปียโนนุ่มนวลเฝ้าบอกว่าเวลายังคงหมุนต่อไป
นี่เป็นงานเลี้ยงฉลอง งานแห่งความรื่นเริง อบอวลด้วยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน

…แต่แล้วทุกอย่างก็หยุดลง

ทุกอย่างรอบตัวเริ่มเลือนลาง บิดเบี้ยว เราถูกดึงลงสู่ความมืดหม่น สับสน
เสียงไวโอลินกรีดร้อง…ปลุกพวกเราที่กำลังตกอยู่ในภวังค์
ทำให้เราได้รู้ ทำให้เราได้ตระหนัก ทำให้เราได้เข้าใจ เบื้องหลังความงดงาม…คือความว่างเปล่า่
สิ่งที่เราหลงใหลกำลังอันตรธานหายไป…ไม่มีวันกลับมา

เราหยุดเดิน แต่เสียงเปียโนยังคลอเคลียอยู่ที่ข้างหู เปรียบเวลาที่เดินไปในทุกๆลมหายใจ
เรานิ่ง เรามอง ผ่านหน้ากากสวยหรู ลึกลงไปไม่ต่างอะไรไปจากซากศพ
เสียงกรีดร้องของไวโอลินค่อยๆแผ่วเบาลง ทำนองเจื้อยแจ้วถูกขับขานอีกครั้ง

เราลุกขึ้น แล้วยิ้ม

March 21, 2010 2 comments Read More